โครงการ

Close

อื่น ๆ

ศิลปวัฒนธรรม

ศิลปวัฒนธรรม

วัดสมรโกฏิ แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร

    เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2563 คุณสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา (ประธานมูลนิธิ) และคณะกรรมการ ได้ทำพิธีส่งมอบงานภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังภายในโบสถ์และภายในวิหารหลวงพ่อคง วัดสมรโกฏิ ตลิ่งชัน กรุงเทพฯ เพื่อดำรงรักษาศิลปะวัฒนธรรม และเป็นมรดกทางวัฒนธรรมให้กับประชาชนสืบต่อไป

วัดสมรโกฎิ

    ตั้งอยู่ที่คลองบางระมาด แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบลุ่มอยู่ริมครองบางระมาด เป็นวัดเก่าแก่สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย แม้จะได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์จนดูใหม่แล้ว แต่อุโบสถและวิหารยังคงพบรูปแบบของอาคารสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย คือ มีอาคารขนาดเล็กก่อผนังสูง ไม่มีเสา ผนังด้านหลังอุดตันไม่มีประตู อย่างที่เรียกกันว่า “โบสถ์มหาอุตม์” 

  - ศาลาการเปรียญ เป็นอาคารไม้ทรงไทย สร้างเมื่อ พ.ศ. 2499 บูรณะเมื่อ พ.ศ. 2530 ภายในมีธรรมาสน์ซึ่งมีจารึกอยู่บนพนักพิงหลังว่าสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2459 หอระฆังได้รับการบูรณะใหม่แต่ยังคงลักษณะเดิมในสมัยอยุธยาตอนปลาย หมู่กุฏิเป็นอาคารไม้เรือนไทย

  - อุโบสถ ภายในอุโบสถประดิษฐาน “พระธนนายก” พระพุทธรูปประธานแบบสุโขทัย ปางมารวิชัย ลักษณะพระพักตร์ยิ้มแย้ม อิ่มเอิบ คล้ายคลึงกับพระประธานสมัยปลายอยุธยาที่วัดจำปา เดิมอาจมีจิตรกรรมฝาผนังแต่การบูรณะเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๓ ได้มีการนำภาพจิตรกรรมออกและปูวอลเปเปอร์แทน จนมีการบูรณะอีกครั้งในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ โดยมูลนิธิสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา 

ศิลปวัฒนธรรม

วัดสมรโกฏิ แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร

     เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2563  คุณสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา (ประธานมูลนิธิ) และคณะกรรมการ   ได้ทำพิธีส่งมอบงานภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังภายในโบสถ์และภายในวิหารหลวงพ่อคง วัดสมรโกฏิ ตลิ่งชัน กรุงเทพฯ เพื่อดำรงรักษาศิลปะวัฒนธรรม และเป็นมรดกทางวัฒนธรรมให้กับประชาชนสืบต่อไป

วัดสมรโกฎิ

    ตั้งอยู่ที่คลองบางระมาด แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบลุ่มอยู่ริมครองบางระมาด เป็นวัดเก่าแก่สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย แม้จะได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์จนดูใหม่แล้ว แต่อุโบสถและวิหารยังคงพบรูปแบบของอาคารสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย คือ มีอาคารขนาดเล็กก่อผนังสูง ไม่มีเสา ผนังด้านหลังอุดตันไม่มีประตู อย่างที่เรียกกันว่า “โบสถ์มหาอุตม์” 

   - ศาลาการเปรียญ   เป็นอาคารไม้ทรงไทย สร้างเมื่อ พ.ศ. 2499 บูรณะเมื่อ พ.ศ. 2530 ภายในมีธรรมาสน์ซึ่งมีจารึกอยู่บนพนักพิงหลังว่าสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2459 หอระฆังได้รับการบูรณะใหม่แต่ยังคงลักษณะเดิมในสมัยอยุธยาตอนปลาย หมู่กุฏิเป็นอาคารไม้เรือนไทย

    - อุโบสถ   ภายในอุโบสถประดิษฐาน “พระธนนายก” พระพุทธรูปประธานแบบสุโขทัย ปางมารวิชัย ลักษณะพระพักตร์ยิ้มแย้ม อิ่มเอิบ คล้ายคลึงกับพระประธานสมัยปลายอยุธยาที่วัดจำปา เดิมอาจมีจิตรกรรมฝาผนังแต่การบูรณะเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๓ ได้มีการนำภาพจิตรกรรมออกและปูวอลเปเปอร์แทน จนมีการบูรณะอีกครั้งในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ โดยมูลนิธิสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา